[Hand in Hand ]Happy birthday Agon Unsui / [Answer]Meguru x Shimamoto /Tag บัดซบ / เรื่อยเปื่อย
posted on 01 Jun 2008 18:30 by konoha21 in konoha21
สวัสดีทุกคนอีกครั้งเน่~~ วันที่ 31 เดือน 5 นี่ก็คือวันเกิดอากอน อุนซุยนั้นเอง ก็ไม่มีอะไรมาก คลอดฟิคออกมาให้เรื่องนึงจ้ะ
[ hand in hand ]
Happy birthday Agon Unsui
*
*
*
*
ก่อนฟ้าจะสาง...
ก่อนที่จะข้ามขอบราตรีที่ยาวนาน...
...เพียงเวลานี้...
อากอนลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนั่งเล่น เขาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาอย่างงัวเงีย สิบโมงเช้าเสียแล้ว...
สิบโมงเช้า...
จู่ๆชายผมเดธล็อกส์ก็วิ่งพรวดพราดเหมือนคนไม่ได้สติ อากอนวิ่งไปรอบห้องเพื่อหาปฏิทิน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบมัน เขากุมขมับอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาห้อง อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ สิบโมงแล้ว สิบโมงเช้าแล้วจริงๆ
สวะเอ๊ย!! แล้ววันนี้มันวันที่เท่าไหร่วะเนี่ย!
ความทรงจำอันเลือนรางของเขาเมื่อคืน จำได้ว่าเขาไปงานปาร์ตี้กับผู้หญิงที่เขารู้จักสี่ห้าคน นั่งดื่มเบียร์ไปหลายขวดเหมือนกัน แล้วไม่รู้ทำไม พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็นอนฟุบอยู่ที่ห้องนั่งล่นตรงนี้เสียแล้ว นึกแล้วก็อดถอนหายใจรอบที่ล้านแปดเสียไม่ได้ อยู่ๆก็มีเหมือนกระแสไฟฟ้าช็อตติดที่ตรงสมอง ว่าแล้วก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดูวันเวลาทันที
เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น อากอนก็แทบอยากจะปามือถือของตนเองให้ลอยหายไปจากโลกนี้ เมื่อพบว่าแบตเตอร์รี่ของมือถือนั้นหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ดีที่ยังมีสติคอยยับยั่งชั่งใจเอาไว้ได้บ้าง แต่ก็สร้างความโมโหของเขาให้เพิ่มเป็นทวีคูณเลยทีเดียว
"อ้าว อากอน ตื่นแล้วเหรอ?" ในขณะที่อากอนกำลังนั่งกุมขมับอยู่ในห้องนั่งเล่น เสียงของแฝดผู้พี่ก็ดังขึ้นเมื่ออุนซุยเห็นน้องชายของตัวเองดูท่าทางเครียดๆ ร่างสูงที่นั่งอยู่เมื่อได้ยินดังนั้นรีบลุกขึ้นมาในทันที
"วันนี้วันที่เท่าไหร่" อากอนพยายามทำเสียงของตนให้สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะชำเลืองมองของที่อุนซุยถืออยู่ในมือ ชายผู้พี่ยิ้มบางๆออกมาก่อนที่จะวางถุงของซุปเปอร์มาเก็ตที่เขาไปซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารมาวางลงกับโต๊ะ
"วันนี้ก็วันที่ 30 ไง"
....ยังหรอกหรือ
อากอนหยิบแว่นกันแดดของตนที่เสียบอยู่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินผ่านหน้าอุนซุยไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้างๆเสียเฉยๆ อุนซุยมองตามเล็กน้อยแต่ก็ไมได้เอะใจอะไรมาก มีก็แต่ความสงสัยที่เขาเองก็คงจะรู้ดี
นายรออะไรอยู่สินะ....
*
*
*
"รอฉันด้วยสิ อุนซุย!" ร่างของเด็กมัธยมต้นปี 1 รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้เด็กชายอีกคนหนึ่งที่เดินล้ำหน้าเขาอยู่เพียงไม่กี่เมตร เมื่อมาถึงตัวของอุนซุยเขาก็ไม่รอช้ารีบจับบ่าของเด็กหัวเกรียนในทันที อากอนหอบแฮ่กอย่างเหนื่อยล้าเพราะวิ่งขึ้นเนินมาในขณะที่อุนซุยกำลังเดินลงจากเนินสูง
แต่สุดท้ายเขาทั้งสองก็ยืนอยู่ตรงพื้นที่ธรรมดาเหมือนกันแล้ว
"หึ ....จะกลับบ้านก็ไม่บอกกันเลยนะ ให้ฉันวิ่งตามจากที่โรงเรียนจนเหนื่อยแบบนี้" อากอนเอ่ยพลางดันแว่นกันแดดคู่ใจที่เขาเพิ่งติดที่จะใส่มันเมื่อไม่นานมานี้ อุนซุยหันมามองน้องชายตัวเองพลางยิ้มบางๆ
"ให้นายไล่ตามฉันบ้าง... มันก็ดีเหมือนกัน"
ประโยคนี้ทำให้อากอนยืนนิ่งไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะพ่นหัวเราะออกมาอย่างเป็นเรื่องตลกขบขัน เขาตบบ่าอุนซุยเต็มเหนี่ยวอีกสองสามที ก่อนจะเลื่อนมือของตัวเองลงไปจับมือเนียนของผู้เป็นพี่ อุนซุยตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายทันทีที่มือของเขากับอากอนแนบชิดกัน แต่ความตกใจนั้นก็เริ่มจางหายไปเมื่ออากอนเดินนำหน้าอุนซุยในขณะที่มือของอากอนยังคงจูงให้เขาเดินตามอยู่
ขาของทั้งสองก้าวเดินไปเรื่อยๆ.... ผ่านบ้านหลังโน้นบ้านหลังนี้ แม่น้ำสายยาวอีกสายหนึ่ง...ผ่านทุกสรรพสิ่งทุกสิ่งแวดล้อม แต่มือของทั้งสองยังคงกอบกุมเอาไว้ซึ่งกันและกันอยู่.... บนพื้นที่ธรรมดาๆเท่านั้นเอง
"ไม่มีเนินเลยนะแถวนี้" จู่ๆอุนซุยก็โพลงขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันเงียบสงัด อากอนเมื่อได้ยินดังนั้นแล้วแต่ก็ยังไม่หยุดเดิน
"ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง" อากอนเอ่ยตอบกลับไป เขาเอี้ยวหน้าของตัวเองหันไปมองอุนซุยที่อยู่ข้างหลัง อุนซุยลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย ซึ่งอากอนเองก็คงไม่ต่างกัน
ดีแล้ว...
ฉันกับนายจะได้ยืนอยู่ในที่เดียวกัน
โดยไม่จำเป็นต้องมีอะไรมายกระดับความแตกต่าง...
ไม่จำเป็น
ในที่สุด.... ขาของอากอนก็หยุดชะงักลง และยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น...
ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของอากอนอย่างสงสัย ก่อนจะได้พูดอะไรออกไป อากอนกลับเดินเข้ามาอยู่ข้างหลังเขาแทน แต่มือของทั้งคู่ยังไม่หลุดออกจากกัน...
"อากอน?" อุนซุยพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ก่อนจะรีบหันไปมองอากอนที่ยืนอยู่ข้างหลัง.... แล้วอุนซุยก็ได้พบ.... รอยยิ้มของอากอนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน...
"เดินสิ " อากอนเอ่ย ช่างเป็นเสียงที่นุ่มนวลเหลือเกิน... เขาจับมือของอุนซุยแน่นขึ้นไปอีก ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เพียงแต่เขาก็อยากเดินตามแผ่นหลังของอุนซุยบ้างเท่านั้นเอง ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาปะทะทั้งคู่บ่งบอกถึงฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน แต่กระนั้นทั้งสองก็ไมได้หวั่นต่อสายลมนี้เลย
ในที่สุดก็เริ่มออกเดินกันอีกครั้ง อากาศชักจะหนาวขึ้นทุกที ทั้งๆที่ไม่นานมานี้ยังมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงอยู่เลย อุนซุยเอง... ก็กระชับมือของเขาให้แนบแน่นกับอากอนเข้าไปอีก
"อากอน"
"หืม"
"นายจะจับมือของฉันจนกว่าฉันจะตายหรือเปล่า"
อากอนหยุดเดินอีกครั้ง.... อุนซุยที่เอ่ยถามหันไปมองน้องชายคล้ายจะรอคำตอบ แต่เขาไม่สามารถมองเห็นแววตาของอากอนหลังเลนส์แว่นได้เลย
"ไม่ ... อุนซุย... ไม่ " ในที่สุดอากอนก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย อุนซุยได้ยินดังนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลง
"แต่...."
อากอนเอ่ยออกมาอีกครั้ง ชายผมน้ำตาลเงยหน้าขึ้นมาปะทะกับอุนซุยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะค่อยๆถอดแว่นกันแดดของตัวเองออกมา นั่นทำให้อุนซุยหยั่งลึกถึงแววตาคู่นั้นได้อย่างชัดเจน
"ฉันจะจับมือของนาย... จนกว่าฉันจะตาย... "
อากอนต่อประโยคของตัวเองจนจบแล้วเผยยิ้ม เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น หยาดน้ำตาของอุนซุยก็ไหลรินออกมาอย่างไม่สามารถยับยั้งเอาไว้ได้ น้ำสีใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เสียงสะอื้นดังสะท้อนในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงของสายลม
ร้องไห้ทำไมน่ะ...
นายก็มีฉันอยู่แล้วนี่ไง
ฉันก็จับมือของนายอยู่แล้วนี่นา
เรายืนอยู่บนพื้นที่เดียวกันนะ อุนซุย....
นายเอง...
ก็ได้โปรดอย่าเดินออกไปจากที่ตรงนี้เลย
แต่... ถ้านายไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นล่ะก็
ฉันก็พร้อมที่จะเดินออกไปเอง
*
*
*
"สุขสันต์วันเกิด"
อากอนกับอุนซุยยืนนิ่งด้วยความตกใจเมื่อเขาเอ่ยประโยคเดียวกันออกมาพร้อมกันในเช้าของวันที่ 31 เวลาเที่ยงคืน อุนซุยที่กำลังเตรียมตัวขึ้นไปนอนกับอากอนที่กำลังเดินไปห้องครัวมองหน้ากัน
อุนซุยหัวเราะออกมาเบาๆผิดกับอากอนที่ทำหน้าบึ้งตึง สุดท้ายเมื่ออากอนไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับมา อุนซุยจึงก้าวขึ้นบันไดไปขั้นหนึ่งในขณะที่ใบหน้าของเขาก็ยังคงมองอากอนอยู่
"มีความสุขมากๆล่ะ"
....มีความสุขมากๆ
เมื่อพูดจบอุนซุยก็หันหลังเดินขึ้นบันไดเพื่อตรงไปยังชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของเขา
แต่แล้ว... มือของอากอนก็จับมือเขาเอาไว้
ในค่ำคืนราตรีอันยาวนานก่อนที่ฟ้าจะสาง พวกเขาทั้งคู่ยิ้มให้กันในขณะที่มือทั้งสองยังคงกอบกุมกันเอาไว้
...อากอน นายจะจับมือของฉันจนกว่าฉันจะตายหรือเปล่า...
ไม่..อุนซุย ไม่...
....แต่ ฉันจะจับมือของนายจนกว่าฉันจะตายต่างหาก...
-FIN-
ขอให้พวกนายมีความสุขยิ่งๆขึ้นไปนะ อากอนอย่าปล่อยมืออุนซุยนะ อุนซุยเองก็อย่าปล่อยมืออากอนล่ะ เป็นพี่น้องที่รักกันตลอดไปนะเฟ้ย!
*********************
ตัดมาที่แท็คก่อนก็แล้วกัน
ได้มาจากคอร์น ขอบใจจ้ะ
แท็กบัดซบ....บัดซบจริงๆ
1. ชื่อจริงของคุณคืออะไร และเคยโดนแปลงจนเพี้ยนที่สุดว่าอะไร
** ชื่อส้มโอ = =" (เขินว่ะ) แปลเพี้ยนๆก็ ส้มเช้ง ส้มเน่า ส้มเปรี้ยว ส้มหล่น ส้มจี๊ด แต่ที่เพี้ยนสุดกู่คง ..... ส้วม
2. ฉายาหรือชื่อที่แย่ที่สุดที่เคยโดนเรียก
** ฉายาเรอะ... ไม่มีว่ะ
3. วันที่ท่านคิดว่าบัดซบที่สุดในรอบปี
**ไม่มีมั้ง
4. เพื่อนที่ท่านคิดว่าบัดซบที่สุด
** ไม่มี = ="
5. คำพูดที่ทำให้ตัวเองดูบัดซบที่สุด
** ไอ้เห็ดเอ๊ย
6. ของติดตัวที่ดูบัดซบที่สุด
**ไม่มี๊ - -
7. สถานที่ช็อปปิ้งที่คิดว่าบัดซบที่สุด
**ไม่รู้เว้ย
8. คนที่บัดซบที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
**จำไม่ได้วุ้ย
10. ร้านอาหารที่กินแล้วรู้สึกบัดซบที่สุด
**ร้านที่อาหารไม่ถูกปาก
11. สิ่งบัดซบที่ทำจนติดเป็นนิสัย
**สั่นขา บัดซบสุดๆของมันแล้ว นอกจากจะส้รางความรำคาญยังไร้ประโยชน์อีก
12. เรื่องที่บัดซบที่สุดในชีวิตของท่านคืออะไร
**มันบัดซบมาทั้งชีวิตแล้วเว้ย!*ปาเมาส์ทิ้ง*
13. ท่านรู้สึกอย่างไรต่อคนที่มอบแทคนี้ให้ท่าน
** บัดซบจริงๆ
14. แล้วท่านจะแทคนี้ต่อไปให้ใคร
** ตามสบายนะจ๊ะทุกคน
เป็นการตอบที่ขอไปทีพิกล...
*****************
ต่อไปก็ตามคำขอของวารี ฟิคทคคิว เมงุรุชิมะ ที่ช่วยกันแต่งกับคุ่นโดนวารีมันบีบคั้นให้เอามาลง งั้นก็มาเอาลงเลยละกัน
[Fic Tokkyu] Answer
Pairing : Meguru x Shimamoto
By : KoKun
เสียงรถพยาบาลไกลออกไปจากศูนย์บัญชาการของทคคิวเรื่อยๆ ในนั้นมีร่างของโฮชิโนะ หนึ่งในทคคิวหน้าใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงฝึกหัดนอนไม่ได้สติอยู่ ดวงตากลมโตของเขาตอนนี้ปิดสนิท ปากเผยอออกมาเล็กน้อย เสียงลมหายใจอันโรยแรงดังอย่างแผ่วเบาภายในรถพยายาลที่แออัด เพื่อนๆและทคคิวหน่วยที่ 3 หลายคนมองส่งไปด้วยความกังวลกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน
คังบายาชิ เฮียวโกะกำลังรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก มือของเขายังคงกุมอยู่ที่ปากเหมือนอาการตกใจยังคงค้างคาอยู่ ดวงตาหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกตอนนี้ไม่สามารถที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย ถ้าหากเขาไม่รีบโยนเบาะไปรองรับไว้ล่ะก็ ป่านนี้โฮชิโนะจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้
...ทว่ากลับมีคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลอย่างที่คนอื่นคิด
อิชิอิ เมงุรุมองรถพยาบาลคันนั้นด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนที่จะหันกลับไปในอาคารอย่างไม่รีบร้อน สองเท้าก้าวเดินเหมือนความคิดที่กำลังแล่นอยู่ในหัวสมอง - - จริงอยู่ว่าโฮชิโนะพยายามจะเอาชนะเขาเลยต้องประสบอุบัติเหตุ แต่เรื่องนี้ใช่ว่าจะเรียกว่าเป็นความรับผิดชอบของเขาซะที่ไหนกันเล่า ก็หมอนั่นไม่รู้จักระวังเองนี่
เจ้าของความคิดนั้นยังคงเดินเมินไม่สนใจกับรถพยายาบาลที่ไกลออกไป เขาเดินไปเรื่อยๆได้ไม่นานนักครูฝึกร่างเล็กประจำหน่วยลูกเจี๊ยบฝึกหัดเข้ามายืนประจันหน้ามุ่ยผิดกับเมงุรุที่ดูสบายเหลือเกิน สองเท้าของเจ้าหนุ่มแว่นหยุดชะงัก ใบหน้าเชิดสูงขึ้นเล็กน้อย... แว่นตาปะทะกับแสงไฟเบื้องบน ทำให้ชิมะไม่สามารถมองเห็นดวงตาที่กำลังฉายแววของเมงุรุได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่หยุดที่จะพูดออกไป
"คิดอะไรอยู่ แกน่ะ" ชิมะโมโตะเอ่ยพลางใช้นิ้วชี้ไปทางเจ้าหนุ่มแว่นที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว - - เมงุรุยักไหล่ให้สองสามทีพลางใช้มือของตนดันแว่นตากรอบดำหนานั้น ก่อนจะผิวปากสบายใจ
"นั่นสินะครับ"
ประโยคนี้ยิ่งทวีความโกรธของสิบเอกนามชิมะโมโตะมากขึ้นเรื่อยๆ ชิมะจึงเดินไปข้างหน้าหาเมงุรุมากขึ้นอีกสองสามก้าว คิ้วที่ขมวดติดกันยู่ตลอดเวลาตอนนี้ยิ่งขมวดแนบชิดกันเข้าไปอีก ถึงจะคิดทบทวนดูดีๆแล้ว มันก็ไมได้เกี่ยวอะไรกับเมงุรุมากสักหน่อย..... แต่ท่าทางแบบนั้นมันก็ขัดตาเขาชะมัด
"เห็นเพื่อนตัวเองเจ็บไปต่อหน้าต่อตา พอลับหลังเข้าหน่อยก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแบบนี้ มันอะไรกันห๊ะ!?"
เมงุรุดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นอย่างเสียไม่ได้ จริงๆก็ไม่ได้ถึงขั้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรอก ก็อาจจะมีตกใจนิดหน่อยที่โฮชิโนะตกลงมาแบบนั้น แต่มันก็คนละความหมาย ถ้าหากร่างเล็กตรงหน้านี่คิดว่าเขาอาจจะเสียใจ
ศักยภาพของตัวเองมีแค่ไหนก็ไม่รู้จักเจียมซะบ้าง มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาซะหน่อย จะมาฟูมฟายให้เสียเวลาทำไมล่ะ
"ถึงผมจะบอกว่า 'ไม่น่าเสียโฮชิโนะคุง เพราะผมแท้ๆ'ไป เขาก็ไม่ได้หายเจ็บหรอกครับ อีกอย่างตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาเห็นอกเห็นใจคนอื่นซะหน่อย" เมงุรุเอ่ยอีกครั้ง
ชิมะโมโตะมองหน้าเมงุรุ ตั้งแต่ได้พบกับหมอนี่ครั้งแรกก็รู้อยู่แล้วว่าเอสจากไรโคคนนี้ไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่นึกว่าจะเป็นคนที่จิตใจคับแคบเหลือเกิน....
"คุณเองแทนที่จะมานั่งบ่นกับเรื่องน่าเบื่อเล็กๆน้อยๆแค่นี้ สู้เอาเวลาไปฝึก repelling บ้างดีกว่านะครับ" เมงุรุว่า "ถึงจะแค่วันละนิดวันล่ะหน่อย แต่สักวันหนึ่งเดี๋ยวพวกลูกเจี๊ยบที่เคยปรามาสไว้มันจะบินแซงหน้าเอานะ"
ชิมะโมโตะรู้สึกเดืออดดาลขึ้นมาทันทีกับคำพูดสุดผยองนั้น เขาเดินอย่างรวดเร็วไปกระชากคอเสื้อของเมงุรุ ถึงความสูงจะไม่เท่ากัน... แต่แรงตอนนี้มากมายเหลือเกิน
"ให้มันน้อยๆหน่อยนะ อิชิอิ!!"
เจ้าของชื่อเหยียดยิ้ม เขาค่อยๆแกะมือเล็กที่จับคอเสื้อของเขาออก แต่ดูทีท่าว่ามันจะไม่ง่ายดั่งใจคิด ....ความจริง... ไม่เอาออกคงดีกว่า
"ถ้าคนที่ตกลงมา ไม่ใช่โฮชิโนะ แต่เป็นผมแทน คุณจะรู้สึกห่วงใยผมเหมือนที่กำลังห่วงโฮชิโนะไหมครับ"
ไม่รู้ทำไมใบหน้าของชิมะโมโตะถึงร้อนผ่าว มือของเมงุรุค่อยๆชโลมลูบใบหน้าเนียนอย่างเบามือ
ถ้าไม่ใช่โฮชิโนะ แต่เป็นผมน่ะ... คุณจะรู้สึกห่วงใยบ้างหรือเปล่าครับ....
เมงุรุทวนความคิดของตัวเองซ้ำๆ มือของเขาก็ลูบใบหน้าของชิมะโมโตะอยู่อย่างนั้น
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง น่าขนลุก!" ชิมะโมโตะปัดมือของเมงุรุออกไปอย่างไม่ไยดี ในอกรู้สึกเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ นี่มันคงเป็นความโกรธสินะ.... มันจะเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรกัน
เมงุรุทำหน้าแหยงที่ดูแว้บเดียวก็รู้ว่าแกล้งทำ มือข้างนั้นแม้จะถูกปัดออกไปจากแก้มของชิมิโมโตะแล้ว แต่สัมผัสที่รับมาจากแก้มที่คร้ามแดดเล็กน้อยข้างนั้นก็ยังคงติดอยู่
"รู้แล้วๆ ถ้าเป็นผมตกลงมาแทน คุณจะกระทืบซ้ำมากกว่าสินะครับ ฮะๆๆ" ในที่สุดเมงุรุก็พูดขึ้นพลางหัวเราะแห้งๆ ชิมะโมโตะไม่ได้หัวเราะไปด้วยสักนิด เจ้านี่เวลาอยู่รวมกับกลุ่มลูกเจี๊ยบก็ดูเป็นพวกน่าหมั่นไส้ธรรมดา แต่พออยู่นอกกลุ่มออกมาแล้วนี่สิ...
....นั่นสิ... อยู่นอกกลุ่ม... แล้วมันแตกต่างยังไงนะ... ทำไมกัน...
นึกแล้วก็อดเอามือกุมไว้ที่หน้าอกตัวเองไม่ได้ เสียงตึกตักยังคงอยู่ หัวใจยังคงเต้นอยู่..... แต่เขาก็ไมได้ผละห่างจากเมงุรุ....
เมงุรุค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาหาเขาอีกครั้ง แววตาเศร้าสร้อยฉาบสะท้อนทั่วแว่นตาทรงเหลี่ยมนั่น... "คุณยังไมได้ตอบผมเลยนะ" เมงุรุว่าพลางเชยคางมนของอีกฝ่ายให้เชิดขึ้น ชิมะมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็เบือนหน้าหนีในทันที
เมงุรุเอี้ยวตัวไปตามใบหน้าที่หันหนีไปทางนั้นแล้วขยับตัวเข้าไปใกล้อย่างจงใจอีก มือซุกซนจับเข้าที่คางอีกแล้วทั้งที่ไม่ได้อนุญาตสักนิด ชิมะโมโตะร้อนวูบไปทั้งหน้า ท่าทางหมิ่นเหม่ระหว่างเขากับลูกศิษย์ชั่วคราวคนนี้มันน่าคิดไปถึงไหนต่อไหน ด้านหลังของร่างเล็กก็โดนกดเข้าหาใบหน้าของเมงุรุจนแนบสนิท เหลือเกิน
"อย่ามาอวดดีกับฉันนะ อิชิอิ!" ชิมะโมโตะขึ้นเสียงดัง ทว่าเมงุรุที่เห็นท่าทางโวยวายแต่กลับไม่ยอมมองหน้ากันเลยแบบนั้นพาลตีความไปว่าร่างเล็กนี่คงจะพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างอยู่มากกว่า
ชิมะโมโตะ คุณนี่มัน....จริงๆเลยนะ
"ตกลงแล้วถ้าเป็นผมตกลงมา คุณจะเข้าไปเหยียบซ้ำจริงหรือเปล่า? - - แล้วถ้าโฮชิโนะไม่ได้ตกลงมาเพราะจะเอาชนะผมแต่เป็นคนอื่นแทน คุณจะเสียเวลามาโวยวายใส่แบบนี้หรือเปล่า?""
ชั่ววินาทีหนึ่ง ชิมะโมโตะโกรธรู้สึกตัวเอง - - บ้าชะมัดที่ไม่สวนกลับไปทันทีด้วยถ้อยคำเจ็บแสบอย่างทุกครั้งแต่ต้องตกมาอยู่ในอาการพูดไม่ออกเอาแบบนี้ ใบหน้าของเขายังคงไม่หันไปมองเมงุรุ มีเพียงความแดงระเรื่อบนใบหน้าที่เห็นได้ชัด .....เจ้าของร่างสูงกว่ายกยิ้ม
"โอ๊ะ หน้าคุณมีเศษเชือกติดอยู่ด้วยล่ะครับ" นิ้วมือของเมงุรุพุ่งเข้าที่บริเวณรอบดวงตาของชิมะโมโตะด้วยความรวดเร็วจนอีกฝ่ายตกใจ และด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์ ..ทำให้เขาหลับตาลงโดยไม่ทันคิด...
. . . . . . . . . .
ความอุ่นทาบทับเข้าที่ริมฝีปากของชิมะโมโตะในเสี้ยววินาที ดวงตาหลังแว่นคู่นั้นหลับพริ้มอยู่ตรงหน้า ขณะที่ชิมะโมโตะเบิกตาโพลงขึ้นด้วยความตกใจ
ความร้อนผ่าวแทรกซึมอย่างทั่วถึง ร่างเล็กเกร็งตัวแข็งทื่อ พร้อมกันนั้นเมงุรุก็สอดแทรกลิ้นลึกเข้าไปอีก ปลายลิ้นทั้งสองนัวเนียกันในริมฝีปากคู่ โชคดีที่ไม่กี่วินาทีนั้นชิมะโมโตะยังคงพอมีสติอยู่บ้าง มือทั้งสองผลักเข้าที่อกของเมงุรุอย่างต่อต้าน แต่ว่ากลับไม่เป็นผลอะไรเลย
"อ....อิชิ...อ...อิ!!" ชิมะเพิ่มแรงเข้าไปอีก แต่ร่างสูงก็ยังคงดื้อรั้นและพยายามสอดแทรกอย่างไม่เบามือ
มือของเมงุรุลูบไปตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย จากเอวไปสะโพก แล้วค่อยๆเลื่อนมือมาเบื้องหน้า พร้อมกันนั้นก็ดันตัวชิมะให้มุ่งตรงไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ ในเมื่อแรงสู้ไมได้ ก็มีแต่ต้องยอมจำนนแต่โดยดี ถึงคิดจะหนีคงไม่มีประโยชน์.... แล้วรสจูบนี่ เขาก็เคลิ้มไปกับมันเสียแล้ว
"รุ้สึกดีสินะครับ.." เมงุรุถอนริมฝีปากออก ก่อนจะค่อยๆประโลมจูบที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ชิมะส่งเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของเมงุรุ แรงขัดขืนจากที่เคยมีค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ
ในที่สุดร่างเล็กก็นิ่งเงียบอยู่ในอ้อมกอดของเมงุรุจนดูผิดวิสัยของคนที่พูดคำว้ากคำอย่างชิมะ - - เอสแห่งไรโคหยุดชะงักไปเล็กน้อยที่จู่ๆคนที่ตัวเองกับพรรคพวกในหน่วยลูกเจี๊ยบเคยนินทาลับหลังถึงความร้ายกาจกลับยอมสยบอยู่นิ่งๆเอาแบบนี้
"เห......จูบแรกหรือเปล่าเนี่ย?" เมงุรุเดาออกไปด้วยหน้าตาใสซื่อ เขาว่าพวกที่โดนขโมยจูบแรกแบบไม่ทันตั้งตัว มักจะช็อคสินะ
".........อิชิ...."
"ครับ...?" เมงุรุได้ยินเสียงจากชิมะออกมาเบาๆแล้ว
และก่อนที่เขาจะรับรู้อะไรมากกว่านั้น ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนังส้นแข็งหนากว่าหนึ่งนิ้วก็เสือกพรวดเข้าที่เป้ากางเกงทันที!! ชิมะโมโตะถีบเปรี้ยงเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของหนุ่มแว่นเข้าเต็มรัก จนเมงุรุร้องคำว่าอ๊ากออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ!!!
"เจ้าพวกลูกเจี๊ยบ!!! อย่าบังอาจมาหือกับฉันน่ะว้อย!!!"
เปล ที่ล็อคเชือก ถังน้ำ และสายยางลอยว่อนไปทั่วสถานที่ไล่หลังเมงุรุที่เจ็บจ๊ากแทบแดดิ้นออกจากตึกไปอย่างไม่คิดชีวิต!! ไอ้น้องชายที่หว่างขาถึงจะถูกปองร้ายจนเกือบสูญพันธ์ แต่ถ้าเขายังอยู่ต่อไป ได้กลายเป็นศพลอยอืดอยู่ในสเตเดี้ยมนี่แทนแน่ๆ!
"ไสหัวออกไป ไสหัวออกไป !! คนอย่างแกจะไปตกฮอ ตกตึกที่ไหนก็ช่างหัวแกเลยสิว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!"
เจ้าหนุ่มแว่นหัวสาหร่ายวิ่งหนีเกือบจะสุดขอบฟ้าโลก... แต่ท้ายที่สุด เมงุรุก็หันกลับมาแลบลิ้นให้ชิมะที่ยืนหอบแฮ่กอยู่ เขาโบกมือให้ชายร่างเล็กแล้วค่อยๆเลื่อนนิ้วชี้มาชี้หน้าพร้อมทำเป็นเหมือนลั่นไกปืน
"ฝากไว้ครั้งหน้าเถอะ...!!คุณสิบเอก!!"
"ไม่อยู่ให้ฝากหรอกเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไปไหนก็ไปป๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!'
หน้ากากประดาน้ำอันสุดท้ายถุกเขวี้ยงไปทางทิศที่เมงุรุอยุ่ แต่แทนที่มันจะกระแทกถูกหน้าผากเข้าอย่างจังอย่างที่ชิมะหวังกลับโดนเจ้าหนุ่มคว้าเอาไว้ได้และชูขึ้นเหนือหัว
คอยดูเถอะ....ครั้งหน้าไม่ปล่อยไว้แน่ ทั้งตอนกินข้าว จัดการเอกสาร ฝึก หรือแม้แต่กู้ถัย ผมจะทำมันไปพร้อมกับคุณ...!
เมงุรุนึกพลันชูหน้ากากประดาน้ำนั่นสูงยิ้งขึ้นไปอีก... รอยยิ้มที่ยังคงปรากฏอยู่บรรเทาจิตใจของชิมะเหลือเกินถึงจะดูจากหน้าแล้วเหมือนร่างเล็กจะกำลังอยากเอาสายสกูบารัดคอเจ้าคนอ่อนกว่านี่ให้ตายๆไปซะก็ตาม แต่ใจจริงแล้วก็....นะ
"ฝันไปเถอะ!! ไปวิ่งรอบโยโกฮาม่า 50 รอบ ไป!!!" ชิมะโมโตะตะโกนไล่หลังอย่างอ่านความคิดได้ เจ้าหนุ่มแว่นหัวสาหร่ายทำหน้าแว้กก่อนจะหันหน้าวิ่งต่อไปแต่โดยดี
....อวดดีจริงๆ.... แต่ก็เอาเถอะเจ้าลูกเจี๊ยบ ถ้าเป็นไปได้... ฉันเองก็จะเฝ้าดูไปพร้อมกับนายเหมือนกัน!
*
*
*
END.
TALK
Ko : โดดเตะคุ่นนนนนน!!!* นั่งรีไรท์เสร็จแล้วว้อยยยยยยย!!! อ๊ากกกกกกกก ขอบใจที่มาแต่งด้วยกันมากว่ะ! 55555 แล้วก็ขอบคุณที่นั่งรีไรท์ให้ใหม่ด้วย! แต่งไปสครีมไป เสร็จได้ไงเนี่ย 5555 แม่ง ต้องซานาดะชิมะเซ่!!! ( เปลี่ยนเสะวันละนิดจิตแจ่มใส ) เรื่องที่สองของพวกเรานะที่มาแต่งจบด้วยกันได้! 5555 ขอบคุณจริงๆว่ะ ชิมะแม่งง ไม่ไหวแล้ววว น่ารักเหลือเกินนนน
Kun : ไอ้เห็ดเอ๊ยยยยยยยย ข่าวว่าคนให้เริ่มแต่งมันแกนะไอ้โคโน๊ววววววว (/เขย่าคอโคกลับอย่างบ้าคลั่ง) มันต้องซานาดะชิมะสิวะ!! แล้วทำไมเรามานั่งแต่งฟิคเมงุรุชิมะล่ะวะเนี่ยยยยยยยยย บ้าที่สุดดดด!! พลังชิมะล้างสมองกรูแล้วใช่ม๊ายยยยยยยยย - - ต่อจากอากอนโอะก้มาเป้นเมงุชิมะ ชาตินี้เราจะได้แต่งฟิคที่เชียร์กันจริงๆจังๆสักคู่ไหมไอ้เกลอออออออ 5555555555555 ขอบคุณมากๆที่มาช่วยๆกันแต่งจนจบออกมาได้อีกเรื่องอย่างงี้น้า~~~!!!
*
* เมื่อแต่งจบ พวกเราก็เกิดความขึ้นคิดว่า...
ทั้งๆที่ชอบซานาชิมะแล้วทำไมมาแต่งเมงุรุชิมะกันวะ!!!!
555 ไม่เป็นไร ตอนนี้กำลังดำเนินการแต่งซานาชิมะกะคุ่นอยู่ หึหึ เรื่องนี้น่ะ เมงุรุมันต้องเจอแบบนี้ *โดนน้ำตบ*
EDIT
ลืมไปเลย!!! 5555555 ( ขึ้นอีดิทซะใหญ่เชียว....)
ตอนที่ขนทคคิวไปให้คุณน้ำได้ยล (ซึ่งตอนนี้มันก็บ้าไปแล้ว) ได้ทำสนธิสัญญากันไว้แลกกับการขนการ์ตูนไปให้และเลี้ยงข้าวว่ามันต้องวาดคู่ซานาชิมะกับเมงุรุชิมะมาให้ วะฮ่าๆๆๆ!!!
ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เอามถวายแต่โดยดีแล้ววว 555555
ซานาดะ*ชิมะ อะอ๊างงงงงงงงงงงงงงง ท่าลูบหัวสุดเบสิกนั่นนนน!!! ชอบบบบ
เมงุรุชิมะ คิกๆๆ (หัวเราะโรคจิต)
แต่น้ำบอกไม่พอใจการลงสีเลยเปลี่ยนมาเป็น
แบบนี้ สองเวอร์ชั่น (แอบลำเอียงนี้หว่า =[]=!!!)
ยังไงก็ขอบคุณมากสำหรับรูปนะจ๊ะ เข้าตากรรมการมากเลย อ๊างงงงงงง แต๊งมากไอ้เกลอออ
*********************
แอบเอาโดทคคิวที่ทำเล่นๆมาแปะอีกเล็กน้อย
[Tokkyu] ตอนที่ 5 : เดอะ ชางปงเรสเตอรอง
(ซานาดะมันตัวการแน่ๆ 55555)
ภาพพี่น้องคอนโง ราฟๆราวๆ พอดีอยู่โรงบาลไม่มีอะไรทำ OTZ ( แล้วโดมึงล่ะ....)
http://konoha21.exteen.com/images/HBD212068.jpg
สแกนมาเห็นไม่หมด = =" อะไรที่ไอ้โคทำเสื่อมเสมอ - -+ ก็ HBD 212 อีกทีล่ะนะ
*********
มาที่....
อายชีลด์เล่ม 28 แม่งสุดยอดดดดดดด!!!!
-ร้องไห้ตอนคิดโดนกาโอแท็คอีกแล้ว OTZ
-เฮียมุไม่ไหวแล้วโว้ย! รักลุงที่สุดเลย!! มุซาชิน่ารักที่สุดเลย!! คนอะไรก็ไม่รู้!! น่ารักที่สุดเลย!! หน้าตอนตัวอย่างตอนต่อไปลุงก็น่ารักมากๆเลย!! ไอ้ที่เตะรั้วนั่น...!! โอ๊ยยย น่ารักชิบเป๋งเลยโว้ย! TT[]TT ใช้เท้าทำโฮมรันเรอะ!! "มือมันชินกะค้อนว่ะ ใช้เท้าแทนไม้ได้มั้ยเนี่ย?" อ๊า!! น่ารักจังเลยยยย TT[]TT คิดถึงลุงเฟ้ยย สปอยล์ศึกเทย์โคคุแกออกมาซะทีเซ่!
-เห็ด...หรือว่าตูจะชอบทาคิขึ้นมาจริงๆซะแล้ว....
-โคตรฮาไม่รู้กี่ล้านรอบตรงย้อนอดีตฮิรุม่าที่อากอนไปช่วยสาวโดนคนโรคจิตทำมิดีมิร้ายบนรถไฟ 55555 แม่ง มีการ "ผู้หญิงหน้าตาทุเรศน่ะ! ช่วยไปก็ไร้ประโยชน์เฟ้ย!" 55555555555555555555+ โอ๊ยยยย แล้วพอเห็นหน้าตาสาวคนนั้นทีละมึง รีบจรลีไปช่วยด้วยอิมพัลส์ระดับเทพเลยนะ 5555555555555
...ฮาสุดตรง "ไม่เป็นไรใช่มั้ยจ๊ะ?" 55555555555555 *เขวี้ยงเห็ดทิ้ง!* ถึงจะอ่านจากบูมมาแล้วก็เถอะ แต่มันขำค้างว่ะ 55555
และอีกมากมายบานตะไท
สุดท้าย...
"นั่นคือคิดแห่งเซย์บุ ที่เป็นความหวังของวัดเรา"
ชิ้ง---------------ง
*โดนคุ่นและพี่หนาวตบ 555555555555555* โอ๊ยย ความฝันแกฮามากว่ะคุ่น ยังขำอยู่เลยเนี่ย 55555555
รายละเอียดความฝันไปถามเจ้าตัวคุ่นคนฝันเองแล้วกัน 555555555 *กลิ้งขำจากไป*
/โดนตบ
ส้วม...กร๊ากกกกกกกกกกก ชอบฉายานี่ว่ะ
^
น้องผู้ไร้สัมมาคารวะ
ไรๆ ใครบัดซบ- -++
#1 By minicorn@Maki,Cloud,Vivi,Alisa on 2008-06-01 19:44